รีวิวซีรี่ย์ไทย-จอมขมังเวทย์ Begins Necromancer (2026)
อีกหนึ่งซีรี่ย์ไทยพร้อมการกลับมาของตำนานไสยเวทในรูปแบบซีรี่ย์กับ จอมขมังเวทย์ Begins (Necromancer) ในปี 2026 นี้ ถือเป็นการขยายจักรวาลที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเลือกบอกเล่าเรื่องราวที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกภาค ซึ่งช่วยเติมเต็มช่องว่างของตัวละครที่เราเคยรู้จักในฉบับภาพยนตร์ได้อย่างมีมิติ ซีรี่ย์เรื่องนี้โดดเด่นด้วยการดึงเอา "เจ๋ง Big Ass" (เดชา โคนาโล) มารับบท "สิงห์" นักเลงที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมที่หลีกหนีไม่ออกเมื่อพลังอาคมจากผู้เป็นพ่อเริ่มตื่นขึ้นในตัว การถ่ายทอดบทบาทของเขามีความสดใหม่และเข้มข้น ผสมผสานกับการแสดงของนักแสดงรุ่นเก๋าอย่าง ฉัตรชัย เปล่งพานิช และ ก๊อต จิรายุ
ตันตระกูล ที่กลับมาสร้างความระทึกขวัญในศึกไสยเวทที่ดุดันและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม ในแง่ของงานสร้าง ซีรี่้ย์ชุดนี้ยังคงมาตรฐานความเดือดที่เป็นเอกลักษณ์ของ “ต้อม ปิยะพันธ์” ชูเพ็ชร ผู้กำกับต้นฉบับ มีการยกระดับงานภาพและเอฟเฟกต์อาคม ดิน น้ำ ลม ไฟ ให้ดูทันสมัยและสมจริงสะใจผู้ชมยุค 2026 มากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดปรากฏการณ์ความเดือดนี้สามารถรับชมซีรี่ย์ จอมขมังเวทย์ Begins ครบทุกตอน แบบคมชัดระดับ 4K ได้ทาง Monomax ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2026 เป็นต้นไป โดยมีทั้งหมด 10 ตอนจบ และรับชมเพิ่มเติมได้ที่ flixmono
เรื่องย่อ-จอมขมังเวทย์ Begins Necromancer (2026)
เรื่องราวจะพาผู้ชมย้อนกลับไปสู่ต้นกำเนิดของศาสตร์มืดและเส้นทางแห่งการล้างแค้น โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ “สิงห์” (รับบทโดย เจ๋ง Big Ass) นักเลงผู้คุมอิทธิพลย่านถนนคนเดิน ใช้ชีวิตอยู่นอกกรอบกฎหมายและกฎเกณฑ์ของสังคม แต่ทุกอย่างกลับพลิกผัน เมื่อครอบครัวของเขาถูกคุกคามจากกลุ่มอำนาจมืดที่ใช้อาคมเป็นอาวุธจนชีวิตที่เคย
แข็งกร้าวต้องพังทลายลงในวันที่พ่อของสิงห์เปลี่ยนจากนายตำรวจผู้เคร่งครัด กลายเป็นคนเก็บตัวพึมพำถ้อยคำประหลาดราวกับภาษาต้องห้ามสร้างความหวาดผวาให้กับเขาและแม่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน กระทั่งคืนหนึ่ง เสียงคำรามลึกลับดังขึ้นท่ามกลางความมืดการต่อสู้ที่ไม่มีใครคาดคิดนำไปสู่การหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของพ่อ และนั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ชีวิตของสิงห์ไม่อาจเหมือนเดิมได้อีก และทว่าความลับของสายเลือดจอมขมังเวทย์
ที่ถูกปกปิดมายาวนานเริ่มเผยตัวเมื่อสิงห์ค้นพบว่าพ่อของเขาเคยเป็นหนึ่งในจอมขมังเวทย์ระดับตำนานผู้ทิ้งมรดกทางอาคมไว้ในรูปของรอยสักศักดิ์สิทธิ์และศาสตราโบราณเพื่อทวงคืนความยุติธรรม สิงห์จำต้องก้าวเข้าสู่โลกไสยศาสตร์อย่างเต็มตัวพร้อมได้รับการชี้นำจากบุคคลลึกลับในอดีตอย่าง “อิทธิ” (รับบทโดย ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ขณะเดียวกัน เขายังต้องเผชิญหน้ากับศัตรูผู้แสนอันตรายอย่าง “ก็อด” (รับบทโดย ก๊อต จิรายุ) ผู้หลงใหลในอำนาจมืดและหวังช่วงชิงอาคมต้นกำเนิดมาไว้ในครอบครอง การเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการวัดพลังหมัดต่อหมัด หากแต่เป็นศึกประลองวิชาอาคมอันบ้าคลั่ง ท่ามกลางโลกอาชญากรรมของเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยกิเลส ตัณหา และความมืดที่พร้อมกลืนกินทุกชีวิต








